ข่าวทงเฮ ควง อึนฮยอก โชว์แซ่บ สมศักดิ์ศรีสุดยอดไอดอลรุ่นเก๋า - kachon.com

ทงเฮ ควง อึนฮยอก โชว์แซ่บ สมศักดิ์ศรีสุดยอดไอดอลรุ่นเก๋า
บันเทิง

photodune-2043745-college-student-s

มากี่ทีก็มีแต่ความฮอต แถมฝีมือยังพัฒนาขึ้นไม่หยุดยั้งในทุกครั้งที่มา สำหรับ 2 ไอดอลแถวหน้าวงการเคป๊อป ทงเฮ และ อึนฮยอก จาก “ซูเปอร์ จูเนียร์ ดี แอนด์ อี” ที่นำคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 2 ในไทย “ซูเปอร์ จูเนียร์ ดีแอนด์อี คอนเสิร์ต เดอะ ดีแอนด์อี อิน แบงค็อก” มาฝาก “เอลฟ์ไทย (ชื่อแฟนคลับ)” กันแบบจัดเต็ม ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี โดยมีผู้จัดคนสำคัญ อย่าง “เอสเอ็ม ทรู” ที่เนรมิตเวทีอลังการ พร้อมโปรดักชั่นแน่น ๆ ทั้งแสง สี เสียง รวมถึงลูกเล่นการเปลี่ยนสีของแท่งไฟในมือแฟน ๆ ที่เปลี่ยนไปตามจังหวะดนตรี ยิ่งทำให้คอนเสิร์ตนี้น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น  “ฮานึล” เลยไม่พลาดไปเก็บบรรยากาศการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ของ 2 หนุ่มมาฝากแฟน ๆ กัน

งานนี้บอกเลยไม่เพียงแต่เอลฟ์ไทยที่มีความสุขที่ได้เจอ ทงเฮ และ อึนฮยอก เพราะทั้งคู่เองก็แฮปปี้ที่ได้กลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งเช่นกัน โดย อึนฮยอก นั้นมาถึงเมืองไทยก่อนวันแสดงคอนเสิร์ต และไปเที่ยวเล่นในเมืองไทยแบบชิลชิล แถมโพสต์ข้อความเป็นภาษาไทยลงในไอจีถึงเอลฟ์ไทยตลอด เช่นเดียวกับ ทงเฮ ที่โพสต์อ้อนแฟนชาวไทยหนักมากไม่แพ้กัน อุ่นเครื่องความคิดถึงผ่านโซเชียลกันได้ที่ ก็ได้เวลาถึงช่วงการแสดงคอนเสิร์ต งานนี้ 2 หนุ่มเปิดตัวมาอย่างสุดเท่ ในเพลงแรก “เซอร์คัส” ตามด้วย เพลง “แดนเจอร์” ในลุคหนุ่มหล่ออันตราย เหมือนสื่อว่า พี่ดุนะ! พร้อมท่าเต้นเหนี่ยวไกปืน ก่อนเพิ่มระดับความร้อนแรงต่อเนื่อง “เฮียร์ วี อาร์” เป็นต้น จากนั้น 2 หนุ่มทักทายแฟน ๆ เริ่มที่ ทงเฮ ที่ทักทายแบบอินเตอร์เป็นภาษาอังกฤษว่า นานแล้วนะครับที่ไม่ได้เจอกัน สบายดีมั้ย  ส่วนผมสบายดี วันนี้พวกคุณน่ารักมากครับ  ก่อน พูดไทยว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อทงเฮครับ รักนะ จุ๊บ ๆ” และบอกต่อว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่มากี่ครั้งก็มีความสุขมาก ๆ ทุกครั้งเลยครับ ทุกคนรอคอยจะเจอพวกเราใช่มั้ย แต่ก็มีคนแอบไปดู (คอนเสิร์ต) ในยูทูบมาก่อนใช่มั้ย นิดหน่อยเนอะ คอนเสิร์ตที่ทุกคนดูในยูทูบจะคล้ายกันไปหมด แต่วันนี้เราได้เตรียมอะไรใหม่ ๆ พิเศษมาให้ครับ” จากนั้น อึนฮยอก ก็แซว ทงเฮ เรื่องตัดผมมา เจ้าตัวเลยบอกว่า รู้ว่าคนไม่ชอบตอนผมไว้ผมยาว และประเทศไทยก็ร้อนมาก ๆ  วันนี้ผมก็อยากหล่อมาก ก็เลยตัดผมมา และก็ตัดเพื่อให้ความยาวของผมนั้นยาวเท่าเส้นผมของอึนฮยอกด้วย นอกจากนี้ ทงเฮ ยังบอกอีกว่า “ทุกคนทานข้าวรึยังครับ ผมมาไทยเมื่อ 2 วันก่อน ส่วนอึนฮยอกมาเมื่อประมาณ 4 วันก่อน เมื่อวานผมได้ทานอาหารไทยเยอะมากเลย ไปนวดไทยด้วย พอนวดไทยเสร็จก็ไปทานน้ำแตงโมปั่น พอได้อยู่ประเทศไทยแบบนี้คือดีมากเลย รู้สึกว่าเราใกล้ชิดกันมากขึ้น และเหมือนเราเข้าใจเอลฟ์ไทยมากขึ้นด้วยครับ เลยรู้สึกดีมากเลย วันนี้ผมก็อยากให้ทุกคนรู้จักและเข้าใจผมให้มากขึ้น ผมจะโชว์ให้เต็มที่เลยครับ”  


ด้าน อึนฮยอก พูดไทย “สวัสดีครับ ผมชื่อ แตงโมปั่นครับ แตงโมปั่นอร่อย ผมรักคุณ คิดถึงมั้ยครับ” ก่อนบอกต่อว่า “พวกเราก็คิดถึงทุกคนมาก ๆ เหมือนกันนะครับ วันนี้ผมจะไม่โชว์ทุกอย่างหรอกครับ ผมจะไปเจอทุกคนที่อื่นแล้วค่อยโชว์ ผมจะหาบ้านอยู่ที่เมืองไทย และก็ไปทานข้าวที่บ้านเอลฟ์ด้วย ทุกคนทำกับข้าวเป็นมั้ยครับ ทำผัดไทย แตงโมปั่น หมูปิ้ง ส้มตำ เป็นมั้ย ทำเป็นทุกอย่างเลยเหรอ งั้นเดี๋ยวผมไปทานนะครับ ผมมาประเทศไทยล่วงหน้าหลายวัน เพราะผมอยากรู้ว่าบรรยากาศที่แฟน ๆ ทุกคนเจอในทุกวันในประเทศเป็นยังไง ใช้ชีวิตกันยังไง แต่ประเทศไทยคือร้อนมากจริง ๆ แต่พอมายืนเวทีแบบนี้ สายตาของทุกคน และบรรยากาศในนี้ร้อนแรงมากกว่าเมืองไทย เรา 2 คนจะโชว์กันอย่างที่เต็มที่เลยครับ”

จากนั้นมาซึ้งกันต่อ ไปกับเวทีโซโล่ ทงเฮ ที่โชว์เสียงร้องหวานอบอุ่น ในเพลง “ลอสท์” ก่อนแฟน ๆ ได้กรี๊ดกันสุดเสียง กับเสน่ห์ความเซ็กซี่ ในเพลง “ไอ วอนนา เลิฟ ยู”  รวมถึงเวทีโซโล่เพลง “อิลลูชั่น” ของ อึนฮยอก ที่ออกมาโชว์การเต้นอันเป็นเอกลักษณ์และทรงพลัง ก่อนพาแฟน ๆ เพลิดเพลินไปกับอีกหลากหลายโชว์ ทั้งในเพลงน่ารักสดใส อย่าง “เบ้าท์ ยู” และ “แดนซิ่ง เอ้าท์” ที่ 2 หนุ่มปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับปืนฉีดน้ำ แล้วได้ไปทักทายกับแฟน ๆ ทั่วฮอลล์อย่างเป็นกันเอง ตามด้วยช่วงเมดเลย์แดนซ์เพลงฮิต อย่าง “ไอ วอนนา แดนซ์” ,  “โอปป้า โอปป้า”  “แคน ยู ฟีล อิท” และเวทีเพลงพิเศษที่ใช้ชื่อเดียวกับคอนเสิร์ต “เดอะ ดีแอนด์อี” ซึ่งสามารถชมได้แค่ในคอนเสิร์ตนี้เท่านั้น รวมถึง “มอเตอร์ไซเคิล” ที่ทำเอาฮอลล์คึกคัก เต้นตาม อย่างสนุกสนาน

พักพูดคุยกันอีกสักหน่อย งานนี้ อึนฮยอก บอกว่า “พวกเรานั่งไม่ได้เป็นเพราะเหนื่อยนะครับ แค่อยากพูดคุยกันนิดหน่อย 10 รอบผมก็เต้นได้ครับ ไม่มีแตงโมปั่นเหรอครับ...” ส่วน ทงเฮ ถามเป็นภาษาไทยว่า “สนุกมั้ยครับ” ก่อนบอกว่า “ถ้าทุกคนสนุกขนาดนี้ เราเหนื่อยมากกว่านี้ก็ไม่เป็นไรครับ” นอกจากนี้ 2 หนุ่มยังแกล้งด้วยการให้แฟนเพลงเต้นเพลง “แคน ยู ฟีล อิท” ก่อนไปเข้าห้องน้ำ พอเต้นเสร็จ ก็พูดเป็นภาษาไทย “ไปได้ครับ!” รวมทั้งยังเลียนแบบพูดภาษาไทยจากล่ามแบบชัดเจน ทั้ง “อะไรเนี่ย, มานี่, เก่งใช่มั้ยครับ”  และ “ที่รัก ผมรักคุณ รักนะ จุ๊บ ๆ”  น่าเอ็นดูสุด ๆ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากแฟน ๆ ทั่วฮอลล์


จากนั้นเข้าสู่โหมดซึ้งกับ เพลง  “วัน พลัส วัน อีส เลิฟ” ที่เอลฟ์ไทยก็ทำโปรเจคท์แปรตัวอักษรเป็นสัญลักษณ์รูปหัวใจ พร้อมลูกศรชี้ไปทางเวทีเพื่อสื่อความหมายว่า หัวใจของพวกเขาอยู่บนเวที เป็นภาพที่สวยงามมาก ๆ จากนั้นเข้าสู่ช่วงท้ายคอนเสิร์ต 2 หนุ่มได้พูดคุยกับแฟน ๆ อึนฮยอก บอกว่า “พวกเรารู้สึกเสียดายมาก ๆ เหมือนกัน หลังจากเสร็จคอนเสิร์ตของเราในวันนี้เราก็ต้องกลับไปที่เกาหลี ไม่ต้องไปเกาหลีเหรอครับ … ถ้าไม่ได้กลับเกาหลี ก็ทำอัลบั้มต่อไปต่อไม่ได้ ก็ต้องกลับไปเตรียมอัลบั้มใหม่ของซูเปอร์ จูเนียร์อ่ะครับ ให้ผมทำยังไงเนี่ย ให้กลับหรือไม่ให้กลับ” ทงเฮ “ให้เตรียมอัลบั้มที่นี่ใช่มั้ยครับ...” อึนฮยอก “...ให้สมาชิกทุกคนมาที่นี่ พวกเราไม่ได้เป็นลีดเดอร์อ่ะ  ตัดสินใจไม่ได้ เดี๋ยวไปถามพี่อีทึกให้หน่อยได้มั้ยครับ พวกเรารักเอลฟ์ไทยมาก ๆ เพราะเราอยู่ด้วยกันมานานมากเลย  ครั้งแรกที่เรามาประเทศไทยทุกคนยังจำได้มั้ย นานมากแล้วตอนนั้นที่พวกเรามา ใครมาเจอพวกเราตัวจริงบ้าง พวกเรามาในปี 2006 ในงานพัทยา มิวสิค เฟสติวัล ตอนนั้นจำได้ว่าร้องเพลง “มิราเคิล” และใส่ชุดสีเหลืองด้วย พี่ฮีชอลทำผมทรงทานตะวัน เราสร้างความทรงจำดี ๆ ด้วยกันมาเยอะมากเลย วันนี้ก็มีความสุขมาก ๆ ที่ได้มาสร้างความทรงจำด้วยกันแบบนี้นะครับ”  ก่อนที่ทั้งคู่จะขอให้แฟน ๆ ได้เปิดไฟฉายจากมือถือ ในเพลง “อิฟ ยู” งานนี้ เอลฟ์ไทยก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ตั้งใจทำอย่างพร้อมเพรียง เนรมิตดวงดาวที่งดงามสุด ๆ คอยส่องสว่าง 2 หนุ่ม พร้อมแถมให้อีกหนึ่งเซอร์ไพร้ส์ กับการถือกระดาษที่มีข้อความภาษาเกาหลี แปลว่า ’อยู่ไม่ได้แม้เพียงวินาที ถ้าไม่มี ดี &อี“ เรียกว่าเป็นอีกโมเมนต์น่าประทับใจ ทำเอา 2 หนุ่มซาบซึ้งใจสุด ๆ

ทงเฮ เผยความรู้สึกว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ ครับ ที่ได้มีโอกาสมาเจอทุกคนแบบนี้อีกครั้ง ถ้าไม่มีความรักของทุกคนคอนเสิร์ตของเราคงไม่ได้ออกมาดีแบบนี้ การที่ทุกคนนั้นอยู่เคียงข้างพวกเราเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน บนโลกใบนี้ไม่มีสิ่งไหนที่เราพูดได้ว่าแน่นอน ผมเลยอยากสัญญาว่าจะทำให้เต็มที่ เพื่อเข้าไปสู่หัวใจทุกคนให้ลึกกว่าเดิม และตั้งใจทำงานเพื่อให้เป็นคนที่ทุกคนรักมากยิ่งขึ้น ๆ อยากให้พวกเราอยู่ด้วยกันตลอดไปแบบที่เราเคยทำตลอดมา บางทีก็เหมือนเพื่อนสนิท บางทีก็เหมือนคู่รัก บางทีก็เหมือนครอบครัวแบบนี้นะครับ คอนเสิร์ตวันนี้มีแฟนจากหลายประเทศมาร่วมด้วย ขอบคุณมากที่มา อยากให้ทุกคนมีความสุขมาก ๆ ในเมืองไทย เพราะจะบอกว่าไทยเป็นประเทศที่สวยงามมาก มีแต่คนน่ารัก อาหารก็อร่อย ทุกอย่างดีไปหมดเลย ตอนนี้เรามากัน 2 คน แต่อยากให้ทุกคนรู้ว่าสมาชิกทุกคนออกจากกรมหมดแล้ว สัญญาว่าหลังจากนี้จะไม่มีสิ่งใดมาทำให้ทุกคนต้องรออีกแล้ว สัญญาว่าจะกลับมาหาทุกคนเร็ว ๆ พร้อมสมาชิกทุกคนเลยครับ ผมรักคุณ (ภาษาไทย)”


ด้าน อึนฮยอก บอกว่า “ความทรงจำที่เราสร้างด้วยกันวันนี้ผมจะไม่มีวันลืม ผมมีความสุขมากเลยอยากบอกว่า ทุกครั้งที่มาเมืองไทยผมรู้สึกเหมือนกลับมาที่บ้านเลย รู้สึกอุ่นใจและสบายใจมาก ๆ  รู้สึกได้ว่าพวกเราใกล้ชิดกันมากเลย วันนี้ก็มีความสุขมาก เพราะรู้สึกได้ว่าเราใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นครับ พวกเราเดบิวต์มา 14 ปี แล้วนะครับ ถ้ารวมที่ผมเป็นเด็กฝึกอีก 6 ปี ผมก็เต้นและร้องเพลงมาประมาณ 20 ปีแล้ว บางทีคนมันก็มีช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยและท้อ แต่การที่มีโอกาสมาหาทุกคน อยู่บนเวทีแบบนี้ มันเหมือนเติมพลัง ที่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อมันก็หายไปหมดเลย พวกเราก็หวังว่าจะเป็นคนที่ทำให้ทุกคนมีความสุข ในช่วงเวลาที่ทุกคนรู้สึกท้อหรือเหนื่อยเหมือนที่ทุกคนเป็นให้เราเช่นกันนะครับ ซูเปอร์ จูเนียร์ ขอสัญญาว่าพวกเราจะไม่มีวันเหนื่อยและจะไม่หยุด อย่าลืมนะครับ ว่าจะต้องอยู่กับพวกเราตลอดไป” ก่อนพูดไทยว่า “ขอบคุณครับ...ที่รัก”

ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดแน่นอน แต่สิ่งที่พิสูจน์มาตลอด 14 ปีระหว่าง ’เอลฟ์ไทย“ และ ’ทงเฮ–อึนฮยอก“ รวมไปถึง ’ซูเปอร์ จูเนียร์“ ก็คือ ’ความรัก“ ซึ่ง ณ ตอนนี้พวกเขาคือวงที่ประสบความสำเร็จระดับโลก และไม่จำเป็นต้องโด่งดังไปมากกว่านี้แล้ว เพราะสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญ ที่ยิ่งกว่าชื่อเสียงก็คือ ความผูกพันที่กลายเป็นเหมือน ’ครอบครัว“ ที่อบอุ่นไปแล้ว และแน่นอนว่าในครอบครัวนี้จะขาด ’เอลฟ์ไทย“ และ ’ซูเปอร์ จูเนียร์“ ไปไม่ได้แม้แต่คนเดียว.

.............................................
อ้อมเอลฟ์