ป๊อป อารียา สุดช็อก! แม่เป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย (คลิป)
บันเทิง

photodune-2043745-college-student-s

ห่างหายจากหน้าจอไปนาน หลังจากรับเล่นละครเรื่องแรก นิรมิต เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว สำหรับอดีตนางสาวไทยปี 2537 ป๊อป อารียา สิริโสภา โดยล่าสุดเธอได้นั่งคุยเปิดใจในรายการ ตีสิบเดย์ ทางช่อง 3

ซึ่งเธอมาพร้อมกับคุณแม่ปทุมวัน สิริโสภา ถึงเรื่องราวความผูกพันระหว่าง ป๊อปกับแม่ ซึ่งเธอบอกว่า ตอนนี้แม่ป่วยเป็นโรคสมองน้อยฝ่อ โรคนี้ไม่ค่อยมีใครป่วย และโอกาสที่จะรักษาหายมีน้อยมาก 

ทุกวันนี้ป๊อปดูแลแม่อย่างดี หลังจากที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานกว่า 23 ปี จนแม่ป่วย เธอถึงได้มีโอกาสดูแลแม่ โดยป๊อปเล่าว่า

“อาการที่แม่เป็นตอนนี้คือตัวสั่น และค่อยสั่นมาเรื่อยๆ มากขึ้นๆ เมื่อก่อนเค้าพยายามเดินรอบๆ หมู่บ้าน แต่มาหลังๆ เค้าจะอยู่ในบ้านมากกว่า”

คุณแม่เป็นโรคอะไร? “เป็นโรคสมองน้อยที่มันฝ่อลง ซึ่งเป็นจุดที่ควบคุมทุกอย่างในการเคลื่อนไหว มือ ปาก ตา ทุกอย่าง และมันค่อยๆ แย่ลงไปเรื่อยๆ ด้วยความฝ่อลง เราไม่รู้เหตุผลว่าทำไมมันเป็นอย่างนี้ขึ้นมา ไม่เกี่ยวกับระบบความจำค่ะ เค้ายังจำได้หมด”

มีทางรักษาไหม? “ตอนแม่มาแรกๆ บอกตรงๆ ว่าที่อเมริกาวิเคราะห์ผิด เค้าบอกว่า น้ำในหูไม่เท่ากัน ต้องไปทำกายภาพบำบัด ตอนนั้นแม่ทำงานอยู่ที่บริษัทรถยนต์ ก็เดินเซแล้วล้ม พนักงานคิดว่าแม่เมารึเปล่า”

เริ่มเป็นตอนอายุเท่าไร? “ตอนที่แม่เป็น มาเห็นอาการมากขึ้นตอนที่อายุ 60 กว่าแล้ว ตอนนี้ 72 แล้ว ค่อยๆ เป็น แล้วมันแรงขึ้นเรื่อยๆ เราต้องเอาแม่กลับมาแล้ว วันนึงป๊อปก็โทรไปหาแม่ที่อเมริกา ด้วยความที่แม่ได้ยินโทรศัพท์ แล้วรีบวิ่งลงมาเพื่อจะรับโทรศัพท์ลูก ก็ล้ม

หน้าไปฟาดโต๊ะ หน้าหัก แล้วซี่โครงหัก และนอนอยู่ที่บ้านคนเดียว คือตอนนั้น เรา น้องชาย และพ่อก็เครียดกัน แม่อยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว ตอนที่เป็นใหม่ๆ เค้ายังใช้ไม้เท้า พอมาตอนนี้อาการก็หนักขึ้นเรื่อยๆ มีการสั่นคล้ายๆ โรคพาร์กินสัน”

“เราเอาไปรักษาที่อเมริกา เพราะแม่เค้ามีประกันสุขภาพที่โน่น หมอเค้าก็อยากให้ทดสอบหลายอย่าง ตอนนั้นฉีดสเตียรอยด์ หน้าก็บวมขึ้น ทุกอย่างก็บวม แล้วก็ไม่ดีขึ้น พอกลับมาเมืองไทย หมอที่เมืองไทยก็วิเคราะห์เอาพลาสม่าให้เม็ดเลือดขาวมันกระตุ้นรักษาตัวเอง

ฉีดไปคอร์สนึงประมาณ 5 แสน ก็ไม่ดีขึ้นเลย จนกระทั่งหมอที่เชียงใหม่ ก็บอกว่าอย่าทดสอบอย่างนี้เลย เพราะเราไม่รู้ว่าต้นเหตุของโรคมันคืออะไร”

หมอบอกรึเปล่าว่า โรคนี้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุอะไร เพราะอะไรถึงเป็น? “ก็ไม่รู้เนอะ จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ถ้าให้ป๊อปคิดเอง มันก็เป็นไปหลายเรื่องได้ แต่อย่าลืมว่าบริษัทที่โน่นมันมีปัญหาเรื่องน้ำมันมีสารตะกั่ว มันมีสาเหตุหลายอย่าง อาจจะเป็นสารเคมี สารตะกั่วก็ได้ เราโดนสารเคมีจากสิ่งรอบๆ ตัวเยอะมาก ไม่ทราบว่าทำไม”

แปลว่าไม่มียารักษาแล้ว? “ไม่มียารักษา เพราะโรคนี้คนเป็นน้อยมาก จริงๆ ต้องขอบคุณโรคนี้ด้วยนะ เพราะว่าแม่ก็อยากอยู่อเมริกา ไม่กลับมาด้วยแหละ”

จากการที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมา 20 กว่าปี แม่กลับมาเมืองไทยกี่ปีแล้ว? “แม่มาตอนช่วงใกล้ๆ 65 ประมาณ 7 ปีที่แล้ว คือก่อนหน้าเค้าจะไปๆ มาๆ แต่ 3 ปีหลัง เค้าอาการหนักขึ้น หายใจยากขึ้น เวียนหัวมากขึ้น จะมารายการนี้ ตอนแรกจะไม่มาแล้ว เพราะหงุดหงิด เวียนหัว หายใจยาก”

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ป๊อป ดูแลยังไง? แม่ “ถ้าเป็นเรื่องอาหาร เค้าเป็นอันดับหนึ่ง เค้าหาให้ทาน เช้ากับกลางวัน ถ้าไม่มีก็ซื้ออะไรมากิน แต่ตอนเย็นแม่กินแต่ผลไม้ ไม่ทานอาหาร” ป๊อป “ต้องรู้ด้วยนะคะว่า เค้าชอบกินอะไร เค้าจะเนี้ยบ เป๊ะ อย่าง 8 โมงเช้าเป๊ะ เที่ยงเป๊ะ ตื่นนอนตี 4 ตี 5 แล้วสามทุ่มก็เข้านอน ถ้าเวลาคลาดเคลื่อนนิดนึง เค้าจะเครียดนิดนึงแล้ว เราต้องรู้ใจพอสมควร”

ป๊อปอาบน้ำให้แม่? “ถ้าไม่มีเด็กช่วย เราจะอาบเอง แต่มีเด็กช่วยที่บ้าน กว่าจะผ่านมาได้ เราต้องฝึกเด็กให้เป็น 3 ปีหลังเปลี่ยนเด็กมา 20 กว่าคนแล้วอะ”

ดูเหมือนป๊อปก็เป็นคนเนี้ยบเหมือนกัน? “เนี้ยบในจุดนึง แต่คือเราต้องปล่อยวางบ้าง ถ้าไม่ปล่อยเราก็จะปวดหัว”

จริงไหมที่คุณแม่เคยหนีออกจากบ้าน แล้วไปอยู่บ้านคนชรา? “จริง (ยิ้ม) เมื่อ 3 ปีที่แล้วค่ะ เหตุผลที่หนีเพราะบ้านเราเป็นออฟฟิศ ทำหน้าสารคดี ตอนแม่ย้ายเข้ามา ก็ไม่ได้คิดว่าแม่จะมาอยู่อย่างถาวร ห้องน้ำก็ไม่พร้อม บางทีห้องนอนของแม่ก็จะเป็นห้องทำงาน เด็กเดินไปเดินมา แม่ก็จะรำคาญ

คือลึกๆ นิดๆ เราว่าเค้าน้อยใจ ต้องเค้าใจอะค่ะว่าแม่เค้าเป็นคนเป๊ะ ตอนที่อาการนี้เกิดขึ้นมา มีช่วงที่เค้าซึมเศร้า รับไม่ได้ อย่างบางทีตอนนอนเค้าจะละเมอ หัวเราะบ้าง กรี๊ดบ้าง ร้องไห้บ้าง เป็นคนที่เป๊ะไง แล้ววันหนึ่งเราควบคุมอะไรไม่ได้เลย กินข้าวเองก็ไม่ได้ แปรงฟันเองก็ไม่ได้ มันค่อยๆ แย่ลงๆ บางทีก็ตื่นมาบอกอยากตาย ไม่อยากอยู่แล้ว

ให้น้องชายดูแลก่อน แล้วเราก็ไปทำงานที่เชียงใหม่ ทุกสิ้นปีเราจะไปทำงานที่เชียงใหม่ พอกลับมาก็ตกใจ แม่อยู่ไหน แม่อยู่บ้านพักคนชรา ไม่มีใครดูแลฉัน ฉันให้คนอื่นดูแลก็ได้ เราก็บอกว่า แม่กลับมามั้ย เดี๋ยวหนูไปรับ เค้าก็บอก ไม่ เดี๋ยวอยู่ที่นี่แหละ คือเค้างอน เค้ารู้สึกว่าเค้าโดนทิ้ง ไม่มีใครรัก

แต่ไปอยู่ที่บ้านพักคนชรา รอบตัวเค้าไม่ค่อยดี เพื่อนๆ เค้าก็ความจำเสื่อมไปแล้ว นอนติดเตียง เค้าก็จะไม่มีเพื่อนอะไรเลย อีกอย่างเค้าจะเช็กมาตรฐานที่นั่นอีก จนเจ้าของตึกเค้าให้เราเอาแม่กลับบ้าน เพราะแม่ไม่ได้เป็นอะไร”

ป๊อปชอบแซวให้คุณแม่ยิ้ม? “เป้าหมายทุกวันคือทำอะไรให้เค้ายิ้มให้ได้ค่ะ บางทีเค้าอยู่บ้าน เราก็นั่งทำงานไป เค้าก็นั่งดูทีวีไป 7-8 ชม. เค้าก็ไม่ยอมลุกไปไหน จะพาออกข้างนอกก็ไม่ยอมไป”

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ป๊อปกลับมาเล่นละคร เพราะอยากให้คุณแม่ยิ้ม? “ใช่ค่ะ เล่นเรื่อง ลิขิตรัก น่าจะออนปีหน้าค่ะ ตอนนี้ถ่ายทำอยู่ หลังๆ เราไม่ได้ดูละคร แต่ตอนที่แม่มาอยู่กับเรา เราก็ต้องดูละครมากขึ้น

พอรับสายโทรศัพท์เสร็จ เราก็บอกแม่ว่า แม่ เนี่ยมีละคร เค้าก็ถามว่าใครเล่น เราบอก ณเดชน์ ญาญ่า เค้าบอกถ้าลูกไม่รับ เดี๋ยวแม่รับเองนะ แม่เค้าอยากเจอณเดชน์ อันนี้เป็นละครเรื่องที่ 2 แล้วค่ะ เล่นเป็นแม่ เรื่องแรกเล่นกับพี่เบิร์ด ธงไชย ตอนนั้นยังเป็นนางเอกอยู่เลย”

ส่วนหนึ่งที่รับเล่นเพราะแม่อยากเจอณเดชน์? “แม่อยากเจอ และแม่ก็ชอบดูละครที่แอน ทองประสม และทีมงานนี้ทำดี ดูจนจำบทละครได้แล้ว”

“เพราะว่าพ่อของณเดชน์ ก็เป็นอาการแย่กว่าแม่อีกนะคะ ด้วยความจำด้วย ด้วยความตัวอ่อนด้วย ณเดชน์ก็ดูแลคุณพ่อ ถือว่าเค้าเข้าใจกันและกัน การดูแลผู้สูงอายุในอาการที่รักษาไม่ได้ มันเป็นยังไง มันหนักขนาดไหน”

เมื่อก่อนทั้งคู่ไม่ค่อยถูกก่อน? “เมื่อก่อนเรารู้สึกลึกๆ ว่าแม่เนี่ย รักน้องมากกว่า แต่แม่เค้าบอกว่า ไม่จริงหรอก รักสองคนเท่ากัน ด้วยความรู้สึกตอนเด็กๆ ว่า ทำไมเราต้องทำล้างจาน ดูดฝุ่น ซักผ้า เก็บโต๊ะทุกอย่าง ทำงานตั้งแต่ 8 ขวบ แต่น้องชายเล่นเกม แม่เค้าก็จะเอาข้าวไปให้ลูกชายกินถึงที่”

จนอยากที่จะออกจากบ้าน? “มันอึดอัด ด้วยความที่เราอยู่มหาวิทยาลัย เรียนจบแล้วก็อยากเดิน ไปนั่นไปนี่ แม่เค้าก็บอกไปที่เดียวได้คือเมืองไทย คือไปอยู่กับน้าของแม่ แม่เค้าก็ให้เราสัญญาเป็นข้อๆ และมีข้อห้ามประกวดนางสาวไทยด้วย เพราะแม่กลัวว่าเราจะพูดตรง เวลาเราไม่ชอบใครเราจะพูดตรงๆ ทำอะไรตรงๆ เดี๋ยวคนไทยไม่ชอบ”

สิ่งที่คุณแม่ห้ามทุกอย่าง เราทำหมดเลย? “ค่ะ และก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”

พอแม่รู้ว่าเราประกวดนางงาม? “เค้าเครียด ทั้งพ่อทั้งแม่เลยค่ะ คุณพ่อเข้าห้องพระ ไปนั่งสมาธิ แม่เค้าก็ต้องทิ้งคุณยายกับคุณพ่อไว้ที่มิชิแกน แล้วเค้าก็บินมาดูสถานการณ์ รายละเอียด กลัวเราจะโดนหลอก”

ตอนนั้นที่ประกวดต้องมีใส่ชุดว่ายน้ำด้วย? แม่ “เราก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไร” ป๊อป “น่าจะกลัวการที่แบบใส่รองเท้าส้นสูง เพราะว่าเราไม่ได้ใส่ส้นสูงประจำ กลัวว่าจะล้ม กลัวว่าเราจะตอบคำถามพิธีกรไม่รู้เรื่อง”

วันที่ได้รับมงกุฎ แม่ถามป๊อปว่า มงกุฎหนักมั้ยเหรอ? “ตอนนั้นงานเยอะมาก ฮอตมาก ผมยาวกว่านี้ ทรงผมที่ทำมันต้องรับกับมงกุฎ แล้วมันหนัก บางทีก็ไม่สระผมเป็นอาทิตย์ เพราะว่างานมันเยอะ นอนน้อยมาก ต้องนอนในรถ

ก็จะโทรศัพท์ไปหาแม่ บอกว่า แม่หนูเหนื่อยแล้ว ไม่เอาแล้ว เค้าก็ถาม มงกุฎมันหนักใช่มั้ยลูก เราก็บอก หนักแม่ เค้าบอก ตำแหน่งนี้มันตลอดชีวิต เราก็อึ้งนิดนึง คิดว่าจะได้เงินไปเที่ยว”

เราได้มีโอกาสมาดูแลแม่ หลังจากไม่ได้อยู่ด้วยกันนานกว่า 20 ปี เรียกว่าวิกฤติเป็นโอกาส? “ตอนนี้มันมองเป็นโอกาสได้ ตอนนั้นคือบอกตรงๆ ว่าหมอบอกว่าอาการแม่จะไม่มีวันหาย จะไม่ดีขึ้น เรารู้เลยว่าบทบาทที่เรามีอิสระมา 20 ปีในประเทศไทยมันหายไปแล้ว ตอนนี้เรามารับตำแหน่งเดียวคือเป็นตัวแทนเค้า ดูแลเค้าด้วย ต้องใส่ใจเค้า

เหมือนมันกลับกันเลย ที่เค้าดูแลเรา แล้วเราต้องมาดูแลเค้า แม่เค้าจะหายใจ บางทีก็ไม่เต็มปอด จะหายใจสั้นมาก เราก็เป็นห่วงเค้า รักเค้านะ แต่จะไม่ค่อยได้บอกเค้าเท่าไร

มาตอนนี้ได้หอมแก้มเค้าทุกวัน ตลอด 20 ปีที่ผ่านมายังไม่เท่าขนาดนี้ แล้วรู้สึกมันห่างกันไปเยอะ ค่อยๆ ห่างไปๆ ตอนกลับมาไม่สบาย เราก็ต้องรับผิดชอบแล้ว เลิกเป็นเด็กแล้ว ต้องดูแลเค้า ต้องรู้ว่าเค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เราก็ต้องรู้มาตรฐานเค้า เก็บรายละเอียด”

ตลอดเวลา 23 ปี ไม่ได้ดูแลคุณแม่เลย? “ค่ะ ไม่ได้กลับอเมริกาเลย เรากลับไปน้อยมาก เพราะเราแพ้อากาศที่เมืองนอกด้วย และแม่แพ้อากาศที่เมืองไทย แม่โดนฝุ่นที่นี่เค้าก็จะร้อน ขี้ร้อนค่ะ”

“ก็บอกเค้าทุกวันว่าเรารักเค้านะ แล้วเรารู้สึกว่าการที่แม่มาอยู่กับเรา เราได้ตอบแทนบุญคุณหลายอย่างที่แม่สอนเรามานะคะ และเราก็รักแม่ อยากเห็นรอยยิ้มของเค้าทุกวัน แม่เค้าค่อนข้างเครียด กังวลเยอะ อยากให้เค้าสบายใจว่า ไว้ใจเราเถอะ เราทำได้เต็มที่ ไม่ทิ้งเค้าหรอก ครอบครัวเราไม่เคยทิ้งกันอยู่แล้ว

ชีวิตเราเลือกไม่ได้หรอก ว่าเราจะเป็นอะไรขึ้นมา สมองเราจะไปก่อนหรือร่างกายเราจะไปก่อน เรายังแค่โชคดีที่ร่างกายเราไปก่อน สมองยังดี ถ้าคุณแม่เป็นอย่างคุณตา คือเป็นอัลไซเมอร์ ถ้าเป็นขึ้นมาก็ไปเลย ไม่รู้จักลูก และลูกก็ดูแลไม่ได้ ถือว่าเรายังมีบุญอยู่ พวกเรามีบุญ

ลูกไม่ต้องไปทำงานไกลๆ เราทำงานใกล้ๆ สอนโยคะก็อยู่ที่บ้าน แม่ก็จำชื่อนักเรียน บางทีเค้าก็กลัวจะไม่เป็นประโยชน์ แล้วอยากตาย แม่อย่าคิดอย่างนี้สิคะ อยู่ทุกวัน เราอย่าคิดว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น

ปัจจุบันตอนนี้เราทำดีที่สุด เรารักกัน เรามีรอยยิ้มให้กัน เราเป็นกำลังใจให้กัน อันนี้คือสิ่งที่มีค่ามากกว่ามาคิดว่า ทำไมยังไม่ตาย อยากจะให้แม่เค้าสบายใจค่ะ”

คุณแม่มีอะไรอยากจะบอกป๊อปเค้าบ้าง? แม่ “รักลูกคนนี้มากที่สุด รักเท่าฟ้ามันใหญ่โตมาก”.