กุ๊บกิ๊บ ไม่แคร์ดราม่า ทุกวันนี้แค่เวลาเลี้ยงลูกยังไม่ค่อยพอ (คลิป)
บันเทิง

photodune-2043745-college-student-s

คุณแม่ยังแซ่บ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ชี เผยชีวิตหลังการมีลูก หลังจากคนมองว่า พอมีลูกแล้ว อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปเยอะ แต่สำหรับตน ไม่ได้เปลี่ยนไป มีแต่เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง ตนมองว่า การเป็นแม่ ไม่ใช่หน้าที่ แต่มันคือความรักที่มีให้กับ น้องเป่าเปา ลูกสาว ทำทุกอย่างด้วยความรัก

มันไม่ใช่หน้าที่ อีกทั้งยังบอกอีกว่า จากที่เมื่อก่อนเป็นคนไม่ค่อยสนใจอะไร แต่พอมาตอนนี้ ต้องสนใจสิ่งรอบข้าง ยอมรับฟังความเห็นของคนอื่น และต้องพูด ขอโทษ และขอบคุณให้ได้ เมื่อได้เจอสาวกุ๊บกิ๊บ มาโปรโมทรายการ Oh! Baby ซีซั่น 2 ทาง Line TV ซึ่งเป็นรายการ Reality ตามติดของชีวิตคู่รักสุดฮอต ของกุ๊บกิ๊บกับหนุ่ม บี้ KPN และสมาชิกใหม่ของครอบครัว เจ๊เปาบางพลี!! เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงการเป็นแม่คน ว่า

ตั้งแต่มีลูก ชีวิตเปลี่ยนไปมากแค่ไหน?​ “เอาจริงๆ นะ อย่างที่ตอบทุกคน ชีวิตไม่เปลี่ยนเลย มีแต่ใช้ชีวิตระวังมากขึ้น และก็มีสติมากขึ้น แต่ความสนุก ไปไหนทำอะไร กิ๊บก็ยังเหมือนเดิม คือกิ๊บยังคงใช้ชีวิตสนุกและแฮปปี้เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าเวลาไปไหน กิ๊บต้องเอาเปาไปด้วย”

หลายคนมองว่าไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป เมื่อก่อนอาจจะเปรี้ยวกว่านี้? “อาจจะซอฟต์ลง อาจจะด้วยความที่ว่า เรารู้สึกว่าเราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกด้วย เราก็รู้สึกว่าบางอย่างที่มันโอเค ที่มันควรจะพอแค่นี้ บางอย่างก็ได้อยู่ กิ๊บก็จะมีการที่ปรับบ้างนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ยังมีความเป็นตัวกิ๊บอยู่ แต่ทุกคนมองว่ากิ๊บซอฟต์ลงมาก ซึ่งจริงๆ ในความรู้สึกกิ๊บก็ยังสนุกเหมือนเดิม แต่จริงๆ ในการใช้ชีวิตปกติ กิ๊บก็ยังคงเหมือนเดิม”

เรารู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปไหม? “กิ๊บรู้สึกว่ากิ๊บเบาลงในเรื่องของความคิด และก็การเห็นคนอื่นมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้กิ๊บจะเป็นคนที่แบบนี่คือฉัน ฉันพอใจเท่านี้ ฉันแฮปปี้แค่นี้ ฉันโอเค แต่ตอนนี้พอมีลูกเราจะรู้สึกห่วงคนรอบข้างมากขึ้น”

คำว่า แม่ สำหรับกิ๊บ? “คือจริงๆ ตั้งแต่ตอนที่กิ๊บเป็นลูก กิ๊บก็รู้อยู่แล้วว่าแม่สำคัญ แม่ต้องต้องเสียสละอะไรบ้าง จนทุกวันนี้กิ๊บไม่ได้รู้สึกว่า สิ่งที่กิ๊บเป็น กิ๊บไม่ได้เสียสละมากมายขนาดนั้น กิ๊บรู้สึกว่า สิ่งที่ทำเพราะอยากทำ เพราะว่ารักเปา กิ๊บไม่ได้รู้สึกว่า คนเป็นแม่ทำเพราะหน้าที่ เราไม่รู้สึกว่ามันคือหน้าที่

เพราะฉะนั้นเรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่แม่ทำเพราะอยากทำให้เรา มันไม่ใช่หน้าที่เค้า มันไม่ใช่อาชีพ แต่มันคือบางสิ่งบางอย่างในชีวิตเราที่เราอยากทำแล้ว เรามีความสุข มันเป็นสิ่งที่เราชอบ การอยู่กับลูก เลี้ยงลูก ดูแลลูก มันเป็นสิ่งที่คนเป็นแม่อยากจะทำให้ ไม่ใช่ทำเพราะเป็นหน้าที่ของฉัน มันเลยทำให้เรารู้ว่า หนึ่งอย่างที่เรารู้สึกคือ ต้องเป็นแม่ที่ทำให้ลูกรักและเคารพ ไม่ใช่เป็นแม่ในแบบที่เรียกร้องอะไรจากลูก

ในความรู้สึกกิ๊บ เพราะแม่กิ๊บก็เป็นแบบนั้น เราไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเค้า เราสามารถใช้ชีวิตในแบบเราได้ จากสิ่งที่เค้าปลูกฝังเรามาให้อิสระ ให้เคารพตัวเอง วันนี้กิ๊บเป็นแม่เราก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน

พอถึงวันแม่กิ๊บไม่ได้รู้สึกว่า ลูกจะต้องมาหาฉัน มากราบฉัน แต่การกราบหรือว่ามาหาแม่ กิ๊บรู้สึกว่ามันเป็นประเพณีที่ดี แล้วก็ควรจะสืบต่อกันไป แต่ว่าในหลักของการเป็นแม่ในวันแม่ จะรู้สึกเหมือนว่า แม่คือผู้ให้ คือคนที่ทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับคนอื่น”

เห็นบอกว่า อยากจะมีลูกคนที่สอง?​ “คือจริงๆ อะ มันจะอยู่ในโอ้เบบี้ 2 เลยอะ เพราะมันตรงกับเวลาที่เราวางไว้ เราคิดว่าถ้าเป่าเปาสักขวบครึ่ง เราจะมีคนที่สอง เพื่อให้เค้าโตทันกัน แล้วเรามีลูก เราคิดว่าสนุกดี บี้ก็อยากได้ เค้าอยากได้สัก 3 คน เราก็ต้องดูแล้วว่าจะยังไง คาดว่าน่าจะอีกไม่นานเราก็น่าจะพร้อม แต่ไม่รู้ว่าจะติดรึเปล่า”

เพราะหลายคนก็เห็นว่า เราทุ่มเทให้กับเป่าเปา? “กิ๊บอยากมีตอนที่เป่าเปาเค้ารู้เรื่องนิดนึง เพื่อที่เค้าจะได้เลี้ยงน้องได้ ช่วยกันดูแลน้อง เค้าจะได้รู้เรื่องหน่อย และก็หย่านมพอดี กิ๊บคิดว่าจะให้เค้าเข้าเต้าจนถึงขวบครึ่งเลย”

อันนี้เป็นการวางแผนแต่แรกเลยไหม? “ใช่ค่ะ เราคุยกันว่า จะมีลูกห่างกันสักกี่ปีดี ไม่เกิน 2 ปีเนอะ”

อยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย?​ “เอาจริงๆ มั้ย กิ๊บชอบผู้หญิง แต่จริงก็ได้หมด แต่บี้อยากได้ผู้ชาย ออกมาจะเป็นผู้ชายผู้หญิง เราก็รักหมด เพราะกิ๊บไม่ได้แบบมีความเชื่อ กิ๊บไม่ได้คิดเลยว่าลูกจะต้องมารับสืบทอดต่อจากฉัน แค่เค้าเติบโตมา มีชีวิตที่ดี มีความสุข เป็นคนดี

สุดท้ายโตมาอยากทำอะไร เลือกทางเดินของตัวเอง ก็โอเคแล้ว เพราะฉะนั้นกิ๊บไม่คาดหวังเลย เมื่อไหร่ที่เราคาดหวังว่าลูกชายหรือลูกสาว ถ้าสมมติเค้าออกมาแล้วไม่ใช่ เรามีความผิดหวังเล็กๆ ซึ่งกิ๊บว่า เด็กจะรับรู้ได้ กิ๊บก็เลยไม่คาดหวังอะไร”

การเลี้ยงลูกของเรา ตอนนี้เรามีคนเดียว ก็จะมีคนเข้ามาโอ๋เค้าเยอะ เราสอนเค้ายังไง? “กิ๊บค่อนข้างจะประกบเค้าตลอด จะไม่ค่อยได้ปล่อยให้ใครเลี้ยง กิ๊บจะบอกว่า ถ้าคนนี้โอ๋ ก็จะไม่ได้ ไม่ให้ กิ๊บพยายามค่อนข้างจะเข้มงวดกับเรื่องนี้มาก ไม่ให้สิทธิพิเศษอะไรก็แล้วแต่ หรือว่าโอ๋ ไม่งั้นจะกลายเป็นเด็กที่เหลิงไป เอาแต่ใจตัวเอง และคิดว่าตัวเองวิเศษวิโสกว่าคนอื่น

เรื่องนี้กิ๊บค่อนข้างจะซีเรียสมาก กิ๊บไม่ต้องการให้ลูกกิ๊บได้สิทธิพิเศษไปเหนือกว่าใคร เมื่อไหร่ที่เค้าเริ่มโต และเราเริ่มสอนได้ เราจะสอนเลย เพราะว่าถ้าวันหนึ่งเค้าไม่มีเรา เค้าจะต้องใช้ชีวิตปกติ เค้าก็ต้องอยู่ต่อไป อยู่ให้ได้ กิ๊บคิดว่าการที่เป็นคนธรรมดา ทำตัวธรรมดา ติดดินมีความสุขสุด ไม่มีอะไรต้องคาดหวัง ทำตามสิ่งที่ตัวเองต้องทำตามกฎสังคม ปกติ”

จากประเด็นดราม่าที่ผ่านมา มันสอนอะไรเราได้บ้าง? “เอาจริงๆ มั้ย กิ๊บไม่ค่อยได้ใส่ใจในเรื่องที่ใครดราม่าก็แล้วแต่ กิ๊บคิดว่า เราเลี้ยงลูกได้ดีที่สุด กิ๊บคิดว่าคนเรามีสิทธิ์ที่จะคิดต่าง 100 ครอบครัวเลี้ยงลูกไม่เหมือนกัน เพราะสภาพสังคม สภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน ชีวิตที่ได้มาไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นมีสิทธิ์ที่จะคิดต่าง

กิ๊บว่าในทั้งนี้ทั้งนั้น กิ๊บยึดหลักเดียวคือการเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่กิ๊บเลี้ยงไม่มีผิด ทุกอย่างกิ๊บศึกษาทุกอย่างมาอย่างเต็มที่ เราจะรักลูกยังไง เราจะสอนลูกยังไง บางคนอาจจะไม่เห็นด้วย ก็ไม่เป็นไร ทุกคนเคารพกัน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะดราม่า แต่ถามว่า ในคำพูดของทุกคนจะทำให้กิ๊บเปลี่ยนสไตล์การเลี้ยงลูกมั้ย หรือเอามาปรับเปลี่ยนการเลี้ยงลูกมั้ย ไม่ค่ะ

มันจะมีแค่บางครั้งในบางอย่างที่บางคนมันเกิดอะไรขึ้น เราจะกลับมาปรับปรุงคิดในตัวเรา ในเรื่องของสติ ปัญญา การแก้ปัญหา หรือความคิดหลายๆ อย่าง ในเวลาที่เกิดดราม่าขึ้นสมัยก่อน ที่ยังไม่มีลูก กิ๊บรู้สึกว่า เราจะไม่ขอโทษใครทั้งนั้น กิ๊บไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้าเราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำถูก ทำดีแล้ว เราจะหยุดอยู่แค่นั้น

แต่ทุกวันนี้มันผิด ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ทำผิด เราไม่จำเป็นต้องขอโทษ แต่กิ๊บมองว่า การขอโทษ เวลาที่เกิดความรุนแรงในสังคม ถึงเราจะไม่ผิด แต่เราเอ่ยคำขอโทษ มันเป็นตัวอย่างให้ลูกเรา วันหนึ่งเราจะสอนลูกว่า เราไม่จำเป็นต้องมีอีโก้หรอก ถ้าทุกอย่างมีคำว่า ขอโทษ ขอบคุณ มันจะทำให้ซอฟต์ลง

มันจะทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น ทุกอย่างดีขึ้น และเราดูอ่อนลง ดูดีขึ้นเป็นคนใหม่ มันดีก็ทำไปเถอะ เพราะฉะนั้นกิ๊บจะรู้สึกอย่างนี้มากกว่า เวลาเกิดดราม่าอะไรขึ้น เราจะเอามาปรับ รับฟังความคิดเห็นของคนนั้นคนนี้ แต่ถามว่า ใส่ใจมั้ย เราไม่ได้ทำ แต่เราจะแค่รู้สึกว่ามองโลกให้กว้างขึ้นไปอีก”

เวลาในอินสตาแกรม ที่มีคอมเมนต์แรงๆ เรารับมือกับสิ่งนั้นยังไง? “ก็อ่านแล้วก็ขำ เอาจริงๆ คือกิ๊บเป็นคนไม่ค่อยสนใจโลกเท่าไร กิ๊บค่อนข้างที่จะมีกฎว่า สิ่งที่เราทำไม่สร้างความเดือดร้อนใคร ไม่เป็นภาระสังคม ไม่พาดพิงใคร ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน แค่นั้นจบ ในส่วนของตัวเรา คนจะชอบก็ชอบ ถ้าจะไม่ชอบ จะทำยังไงเค้าก็ไม่ชอบอยู่ดี

แต่ถามว่าเค้าตามดูเรามั้ย เค้าตามดูเราตลอด แต่เค้าอาจจะไม่รู้ตัวหรอกว่าเค้าได้อะไรจากเราไปก็ได้ ในข้อคิดของเราหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่กิ๊บเป็นคนที่ปล่อยผ่าน เพราะทุกคนมีสิทธิ์ออกความคิดเห็น ถ้าไม่เกินเลยจนทำให้เราเสียหายอะไร เราก็ปล่อย ไม่ชอบใจก็บล็อก อันฟอลโลว์ไปสิ

ชีวิตมันง่ายมาก เพราะอะไรรู้มั้ย ยิ่งมีลูก ดราม่าทำอะไรกิ๊บไม่ได้ เพราะเรารู้สึกว่า แค่เวลาเลี้ยงลูกมันยังหมดแล้วเลย จะมีเวลาไหนไปนั่งใส่ใจ สู้เอาเวลาไปเลี้ยงลูก ดูแลผัว ทำกับข้าวให้แม่มั้ย ถ้าไม่ชอบก็อันฟอลโลว์ไป เก็บเน็ตไว้ไปดูดาราที่ชอบเถอะ ไม่ต้องมาตามด่าให้เสียสุขภาพจิต

เราจะเลือกมองในสิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้กับชีวิตเรา ซึ่งกิ๊บว่าทุกคนก็ควรทำแบบนี้ คนที่อยู่ในสังคมควรทำแบบนี้กับตัวเอง ทุกวันนี้คนเป็นโรคซึมเศร้าเยอะ เพราะคนเครียด และใส่ใจกับอะไรแบบนี้ แทนที่จะไปมองแต่จุดดีๆ สิ่งดีๆ ในชีวิตตัวเอง แต่กลับไปมองจุดดำจุดด่างนิดเดียว กิ๊บเลยรู้สึกว่า เรื่องพวกนี้ตัวเราต้องจัดการเอง”.